: Postcript Postcript
ในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายแล้วสำหรับโตเกียว
ได้ไฟลท์ตอนเย็น ตอนแรกก็ดีใจนะว่าอุ๊ย น่าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวอีกหน่อย
ไม่ก็แอบออกไปเที่ยวกลางคืนเมื่อวาน วันนี้จะได้นอนตื่นสายๆ ซะเลย ปรากฎว่า
เที่ยวก็ไปมาแทบจะทุกที่ คิดไม่ออกแล้วจะไปไหนอีกดี จะไปเที่ยวกลางคืนเมื่อวานก็นะ
เดินทางไปฟูจิมาทั้งวันเหนื่อยแทบเตยยย (ตาย) ก็เลยหลับกันดีกว่า
คร่อกกกก
วันนี้ก็เลยใช้เวลาในช่วงเช้าในการเก็บของมากมายที่ทั้งซื้อมาทั้งขนมาทั้งหลายลงกระเป๋า
แล้วก็ออกไปสูดอากาศรับลม กินอาหารเช้า พร้อมทั้งเดินเที่ยวถ่ายรูปอีกซักหน่อย
เป็นเสร็จพิธี ไฟล์ทประมาณสี่โมงเย็น
แต่ก็ต้องออกซักบ่ายเพื่อเตรียมตัวขนของเก็บของมากมาย และที่ขาดไม่ได้
"ซื้อของฝากส่งท้ายยย!!!" (เฮ้อ คนไทยจริงๆ เลยตรู)
เดินทางลากกระเป๋าอันแสนหนักไปยังสถานีชินจูกุเพื่อขึ้นรถไปยังสนามบิน
ผู้คนเดินมากมายขวั่กไขว่ แต่ละคนก็ต้องเดินทางกันทั้งนั้น แต่ต่างกันที่
การเดินทางของเรานั้น นำพาไปสู่ชีวิตใหม่ หนทางใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ
(และเดิมๆ) ที่จะเกิดขึ้นอีกไม่ไกล
คิดไปแล้วก็ใจหายอีกรอบไม่ต่างอะไรกับตอนที่ออกมาจากชิคาโกเลย
สนามบินนาริตะที่ผู้คนมากมายขวั่กไขว่ เรา check in
อย่างเรียบร้อย (แม้จะมีการเข้าใจผิดนิดหน่อยเพราะกระเป๋าหนักมากกกกกกกกกกกก
แต่คนตรวจไม่ได้ดูว่าเรามาจากชิคาโก อิอิ นึกว่าจะโดนปรับบานซะแล้น)
แลกเงินคืนเป็นเงินไทยเหลืออยู่น้อยเดียวเองตรู ใช้ไปซะเยอะเชียว
ไปหาอาหารญี่ปุ่นกินในสนามบินเป็นการส่งท้ายดีกว่า ร้านที่นี่ดีนะ
พอเดินเข้าไปเขาก็เอากระเป๋าลากเราไปเก็บให้แล้วพาเราไปนั่งที่เลย
มื้อก่อนจากญี่ปุ่น เป็นปลาราดซอสมิโซะ กะหมูย่างกะทะร้อนครับ อิอิ
ก่อนจะเดินไปยังประตุก็แวะซื้อของช้อปอีกหน่อย
ใช้เศษเหรียญให้หมดไปจากกระเป๋าซะ แล้วก็ไปนั่งรอขึ้นเครื่อง
(ในที่สุดก็ช้อปเสร็จซะที) นึกถึงหน้าคนที่จะมารับเรา
นึกถึงอนาคตที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตมากมาย
ทั้งสุข เศร้า อดทนฟันฝ่า สนุกสนาน แต่ชีวิตก็คือการเดินทาง ยังไงซะ
เราก็ต้องก้าวต่อไป
เดินทาง 6 ชั่วโมงเพื่อกลับมาสู่กรุงเทพฯเมืองศิวิไลซ์
ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนรึเปล่า
ไม่รู้ว่าการกลับมาใช้ชีวิตที่นี่ในฐานะใหม่ บทบาทใหม่ (ที่ไม่ใช่นักศึกษาอีกต่อไป)
จะไปได้ดีไหม ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอะไรให้เราต้องอดทนฟันฝ่า หรือ
จะมีอะไรดีดีให้เราได้ค้นหา พบเจออีก ไม่มีใครรู้ได้
แต่การเดินทางย่อมหนีไม่พ้นที่จะเจอกับอุปสรรคขวากหนามมากมาย
ยกเว้นแต่เราจะอยู่กับที่ถึงไม่เจออะไรเลย
แต่การก้าวเดินออกไปมันก็ทำให้เราได้พบเจออะไรใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ค้นหาตัวตนของตัวเองต่อไป ยังไงถ้าเราเตรียมตัวพร้อม
เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และมีใครที่เคียงข้างให้คำปรึกษาช่วยเหลือ
รับรองได้ว่าหนทางจะยาวนานหรือยากลำบากแค่ไหน
ระหว่างทางเราก็ยังสามารถมีความสุขกับมันได้
ต่อจากนี้
ไดอารี่นี้คงไม่มีเรื่องราวบันทึกอะไรที่เกี่ยวกับช่วงเวลาของเมือง Chicago อีกแล้ว
เพราะหลายๆ อย่างมันได้เปลี่ยนไป จาก Chicago ถึง กรุงเทพฯ "My Life in Chicago"
ก็คงต้องเปลี่ยนไป ดังนั้นจึงขอเก็บไดอารี่อันนี้เอาไว้
เพื่อเป็นความทรงจำของเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาของช่วงชีวิตหนึ่งใน Chicago เอาไว้
เผื่อวันไหนคิดถึงจะได้กลับมาอ่าน
และมาดูภาพของความทรงจำครั้งเก่าอีกครั้ง
ขอบคุณทุกๆ
คนที่ติดตามไดอารี่นี้มาตลอด แม้แต่ละคนจะเข้ามามากน้อยต่างกัน
หรือหลายคนที่ก็ออกไปจาก "บ้าน" หลังนี้แล้ว แม้เราจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
แต่หลายก็เข้ามาโหวตให้ มาเขียนคอมเม้นให้ ชมฝีมือการถ่ายรูป
หรือให้คำแนะนำดีดีในหลายๆ เรื่อง
พร้อมทั้งแบ่งปันชีวิตของเขาเองให้คนอื่นได้เรียนรู้ไปด้วย
จะมีที่ไหนอีกที่ดีไปว่าที่แห่งนี้.... แต่ไม่ต้องกังวลไป
เพราะเจ้าของไดยังอยู่ไม่ไปไหน จะกลับมาเจอกันใหม่เร็วๆ นี้
ขอบคุณทุกคนครับ ขอบคุณบ้านหลังนี้ และสวัสดี
การเดินทางอันแสนพิเศษ - ดา เอ็นดอร์ฟิน