พยานชีวิต
คำพยานชีวิต
ในอดีตผมเดินทางตามหาความรักมาตลอด เพราะผมรู้สึกว่า ผมขาดความรักความอบอุ่นในตัวผม เส้นทางที่ผมเดิน ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผมพยายามทำให้ถนนเส้นนั้นเต็มไปด้วยกุหลาบตลอดเส้นทาง แน่นอนครับความคิดเป็นของเราและไร้ขีดจำกัด ไม่มีใครมาหยุดความคิดของผมได้แม้กระทั่งพ่อ และแม่ของผม
ผมหลงเข้าไปในเส้นทางของความสะดวกสบาย ความหรูหราฟู่ฟ่าแสงสีศิวิไล ความเย่อหยิ่งในวิชาความรู้ที่ตนเองมี การงานที่ก้าวหน้าเป็นผู้นำอย่างรวดเร็ว ความหลงตัวเอง ความเป็นคนเจ้าชู้ และความบ้าบิ่นไม่กลัวใครคบเพื่อนที่มีอิทธิพล ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ครบเซ็ต...

ผมหลงเข้าไปจนอายุ ๓๓ ปี และครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะรู้จักกับพระผู้เป็นเจ้า ผมทำงานที่ จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศอีกจังหวัดหนึ่ง ผมเป็น ช่างสักลาย ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ถ้าให้ผมเปรียบแล้วที่นั่นไม่ใช่เมืองสวรรค์ กลับเป็นเมืองที่ตรงกันข้าม ผมเสพความสุขเหล่านั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง จนรู้สึกอิ่มจนกลืนไม่เข้าอีกแล้ว และเริ่มเรียนรู้จักคำว่า พอ ที่นั่น ผมเลิกสูบบุหรี่ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สิ้นปี ๒๐๐๖ (ปกติผมสูบวันละ ๓ ซอง) หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ผมไม่เคยหวนกลับไปแตะมันอีกเลย และผมเลิกที่จะเที่ยวเตร่ เลิกที่จะฟุ่มเฟือย เงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่แม้มันจะไม่มากมายนัก แต่ผมก็เลือกที่จะมอบให้แม่และน้องสาว ทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมา ผมอยู่ที่ ๐ จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ และก็ยังไม่รู้ว่าผมจะทำอะไร.. อย่างไร.... ต่อไป
แล้ววันหนึ่งก็ได้พบกับ "ครูเหงา" หรือคุณ อับราฮัม เพื่อนเก่าร่วมรุ่น สมัยเรียนมัธยมต้น ก็ได้ชวนมาทำงานด้วยกันที่กรุงเทพ เป็นงานศิลปะที่ผมชอบ แต่แล้วการเดินทางก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น อับราฮัมเริ่มพาผมเข้าโบสถ์ที่กรุงเทพทุกครั้งที่มีโอกาส และล็อคคอรับเชื่อแบบไม่ได้ตั้งตัวเกือบทุกที่เช่นเดียวกัน (งง) แต่แปลกนะผมก็ทำตามแต่โดยดีทุกครั้งเช่นเดียวกัน เพราะเชื่อและวางใจในตัวเพื่อน ...ผมคิดอย่างนี้นะ เพื่อนไม่ดีที่คบ ก็เชื่อมามากแล้ว... แล้วเพื่อนดีๆชวนให้ทำสิ่งดีๆทำไมเราไม่รีบทำละ..
เมื่อเส้นทางชีวิตเบนเข็มมาที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จุดเริ่มต้นของงานรับใช้ก็เกิดขึ้นทันทีโดยไม่รู้ตัว ผมมีเป้ใบเดียว นาฬิกา แว่นตาและโทรศัพท์ แค่นั้น เงินไม่มีซักบาทเลย ถ้าจะพูดจริงๆก็มาแต่ตัว แล้วซึมซับเรียนรู้ชีวิตเด็กที่ บ้านนานา และพยายามที่จะไม่นิ่งดูดาย มีสิ่งใดที่ช่วยเหลือเพื่อนได้ ก็ช่วยทำเต็มที่โดยที่ไม่เคยคิดหวัง สิ่งตอบแทนเลย ขอเพียงได้มีแค่อาหารแค่นั้น แรกๆก็ทานวันละมื้อ... ๒ มื้อเท่านั้น เพราะไม่กล้าไปทานกับเด็กๆ เกรงใจกลัวไม่เพียงพอสำหรับเด็ก

และแล้วผมก็มารู้จักกับเรื่องราวของพระเจ้าที่คริสตจักรของ อ.สุนิตย์ วุฒิปัญญา ศาสนาจารย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดีมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มจนถึงวันนี้ ที่ป่าเหมือดเมื่อต้นปี ๒๐๐๘นี้เอง ผมเริ่มฟังมากขึ้น..ผมเริ่มเรียนรู้มากขึ้น ....ผมเริ่มสัมผัสความรักได้มากขึ้น แรกๆ ที่คิดแค่ว่าก็เป็นแค่ศาสนาหนึ่งเท่านั้น ที่สอนให้คนเป็นคนดีอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อพินิจวิเคราะห์ดูการเดินทางของชีวิตแล้ว สิ่งที่ผมทำทุกอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่บังเอิญ ที่ผมมาที่แม่สายนี้ เหมือนมีใครคอยจัดเตรียมการเดินทางครั้งสุดท้ายของผม และวันนี้ผมรู้แล้วว่าใครคือผู้ที่จัดเตรียม ขอบคุณพระเจ้า พระองค์ทรงจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว พระองค์ทรงอนุญาติไห้ผมเรียนรู้ประสบการณ์ในทุกๆด้านเพื่อมมาแบ่งเบางานของครูเหงา ไม่ว่าเป็นงาน ช่างซ่อมบำรุง ,การศิลปะ ,การบริหาร ,งานดนตรี และอื่นๆอีก(นอกเหนือจากนี้ก็มาเพิ่มเติมที่นี่ "บ้านนานา")
และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วพระองค์ก็ทรงทำให้ผมเบื่อกับชีวิตเก่าๆ ที่เป็นความรักแบบตอบสนองตนเองอยากได้อะไร ไม่ว่าลำบากแค่ไหนก็ต้องได้มา.......... พระองค์ทรงชำระล้าง ร่างกาย และเตรียมจิตใจให้บริสุทธิ์ระดับหนึ่ง เพื่อที่จะทำงานรับใช้พระองค์ และทรงอนุญาติให้ผมมาที่นี่ เรียนรู้จักพระองค์มากขึ้น พระองค์ทรงเตรียมงานรับใช้ไว้ที่บ้านนานา

เตรียมภรรยาที่เข้มแข็งและเหมาะสมให้ 
เตรียมลูกชายที่สุดแสนจะร่าเริงน่ารักแข็งแรง เตรียมรถคันหรูสำหรับงานรับใช้ และสุดท้ายพระองค์เตรียมเส้นทางเดินสุดท้ายจริงๆคือ เส้นทางสู่ชีวิตนิรันดร์กับพระองค์
ในช่วงเวลาแรกหลังรับบัฟติสมาและเริ่มตัดสินใจเรียน ISOM เพื่อให้รู้จักกับพระองค์มากขึ้น มารซาตาน ก็มาผจญผมทำให้ผมต้องเกือบพลัดพรากจากภรรยาและลูก(เบนจามิน)ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ในท้องและพรากจากพระองค์ ผมทะเลาะกันรุนแรงมากจนผมต้องตัดสินใจเดินออกจากบ้าน พร้อมเป้ใบเดิมของผม โดยไม่มีนาฬิกาและโทรศัพท์ ช่วงแรกเดินด้วยกำลังของมารซาตานยุยงให้เดิน ผมเดินด้วยแรงเคียดแค้น ประมาณหกโมงเย็นเรื่อยไปจนเกือบสามทุ่ม ได้เจอเหตุการณ์สองข้างทางหลายๆเหตุการณ์ แต่แปลก แต่ละเหตุการณ์ที่เจอผมเองเคยทำมาแล้วทั้งสิ้น นั่นคือชีวิตเก่า วิญญาณเก่า เหมือนพระเจ้ากำลังบอก หรือเตือนอะไรผม ผมคิดเอาเองว่าพระองค์กำลังบอกผมผ่านเหตุการณ์ว่าเจ้าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือ หลังจากนั้นทุกก้าวที่ผมเดินไป ผมอธิษฐานต่อพระเจ้าและได้ทบทวน ชีวิตตัวเองอีกครั้ง โดยไม่ต้องรอถึงสิ้นปี (ผมจะทบทวนชีวิตทุกสิ้นปี) เท้าของผมเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จิตใจของผมเริ่มถ่อมต่อพระองค์ และขอพระองค์ได้ทรงยกอภัยความผิดบาปให้ผมตลอดการเดิน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมพยายามที่จะแวะนอนข้างถนนแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะพระเจ้ายังไม่เชื่อใจ สุนัขออกมาเห่าไล่ผมทุกๆศาลาที่จะแวะพัก จนเวลาล่วงเลยมาถึงตีสามโดยประมาณ ผมยอมพระองค์แบบหมดเปลือกหมดใจ ยอมแบบถวายชีวิตให้พระองค์แล้ว ยอมที่จะทำทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติและนมัสการพระองค์
แล้วพระองค์ก็ทรงฟังคำอธิษฐานของผม เหลือระยะทางอีกประมาณ ห้ากิโลเมตรจะถึงอำเภอแม่จัน ผมได้แวะพักศาลาเล็กๆหลังหนึ่ง หน้าร้านขายของซึ่งปิดสนิท ไม่มีเสียงของสุนัขเห่าไล่ต่อไปอีกแล้ว ผมนำเปลออกมาผูกและอธิษฐานขอบคุณพระองค์ และขอฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่พระองค์ แล้วล้มตัวลงนอน พระองค์ก็ประทานฝนโปรยปรายลงมา จากเม็ดเล็กๆ เริ่มเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผมก็หลับไปในที่สุด เช้าวันใหม่ผมตื่นมาและรีบเดินหายืมโทรศัพท์เพื่อ โทรหาภรรยาของผม ให้ส่งคนไปรับผมกลับมาสู่บ้านอีกครั้ง
จากวันนั้นจนวันนี้ชีวิตครอบครัวของเราเปลี่ยน เพราะใช้ความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นแบบอย่างเป็นมาตรฐาน พระองค์ทรงเป็นทุกสิ่งของครอบครัวผม ผมนั่งคิดหลายครั้งต่อหลายครั้งว่าผมมาอยู่ที่ อ.แม่สายนี้กี่ปีแล้ว เพราะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่นานแล้ว แต่ความจริง เคาว์ดาวปีนี้ผมก็เพิ่งจะอยู่ครบ ๒ ปี เท่านั้นเอง
๒ ปีที่ผู้ชายคนหนึ่งแบกเป้มาใบเดียวแล้วพระเจ้าก็ทรงนำชีวิตของผมเพื่อมาทำงานรับใช้พระองค์และเพื่อให้เกิดผลในชีวิตตัวเอง และเอ่อล้นไปให้คนอื่น ถึงวันนี้ถ้าหากพระเจ้าทรงเห็นว่าเวลาไหนเป็นเวลาที่เหมาะสมจะใช้ผมไปประกาศหรือทำงานรับใช้ในรูปแบบที่ต่างออกไปจากที่นี่ ในที่อื่นๆ ผมก็พร้อมที่จะเดินทางไปกับพระองค์ รับใช้พระองค์ต่อไปตลอดเวลาที่มีลมหายใจอยู่ มีเรื่องมหัศจรรย์อีกเยอะมากที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมในแต่ละวัน คริสเตียนบางท่านก็หมดความตื่นเต้นแล้ว แต่สำหรับผมยังรู้สึกสดใหม่ตื่นเต้นอยู่เสมอครับ หากจะเล่าคงใช้เวลามากไปกว่านี้ และเหลือเวลาอีกมากเท่าใดไม่สามารถรู้ได้ก่อนถึงวันสุดท้ายในชีวิตบนโลกใบนี้ สำหรับวันนี้ผมขอถามคุณว่าคุณพร้อมหรือยังที่จะยอมให้พระผู้เป็นเจ้าใช้ให้ทำภาระกิจที่ทรงเกียรติของพระองค์เพื่อเปลี่ยนแปลงวิญญาณเก่าของตัวคุณเองเพื่อเป็นการนมัสการพระองค์ ถวายเกียรติให้กับพระองค์ และตอบแทนความรักที่พระองค์ให้ไว้กับคุณ นิรันดร์
ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งผมและครอบครัว อาเมน
บันทึกของคนเดียวดาย
๗ ธันวาคม ๒๐๐๙
|